รวมข้อมูลโอตาคุ

posted on 10 Nov 2006 11:39 by ridermaster

ที่มา www.monkeystory.com 

Otaku คืออะไร?
หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่าเหล่า Otaku คือพวกหื่น พวกเก็บกด หรือเป็นพวกหน้ามอ ซึ่งสาวๆหลายคนคิดแบบนั้น แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิดกันนะ จริงๆแล้ว ความหมายของคำว่า Otaku ก็คือ บุคคลที่ชื่นชอบการ์ตูน หรือ เซ็นไท มากๆ มากขนาดไหนน่ะเหรอ ขนาดที่ว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาด การ์ตูน กับ เซ็นไท

Otaku แบ่งออกเป็นกี่ประเภท? อะไรบ้าง?
จริงๆแล้ว Otaku นั่นไม่ได้มีแค่แบบเดียว มันแบ่งออกเป็น 5 ประเภท มีดังนี้

1.Cartoon Otaku
คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบการ์ตูนเป็นอย่างมาก ขนาดที่ว่าหาซื้อมาเก็บสะสม ทั้งโปสเตอร์ DVD และฟิกเก้อหรือแม้กระทั่งตามไปโหลดการ์ตูนทางเน็ต หรือไม่ก็อดทนไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อมาดูการ์ตูนหรือยอมเสียเงินเพื่อเป็นสมาชิกนิตยสารรายสัปดาห์ของญี่ปุ่น ยกตัวอย่าง Gs , Jump และก็ยอมทุ่มเทเงินทองของคุณเพื่อการ์ตูนที่คุณชอบโดยไม่เสียดายแม้สิ่งของบางอย่างจะต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่นเพื่อไปหาซื้อ ท่านก็ยอม อะไรประมาณนั้น

2.Sentai Otaku
คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบหนังแปลงร่างหรือหนังขบวนการเป็นชีวิตจิตใจ สินค้าที่เกี่ยวกับหนังแปลงร่างหรือหนังขบวนการ พวกเค้าเหล่านี้จะกวาดเรียบ คนกลุ่มนี้จะอัพเดตข่าวได้ไวมาก และส่วนใหญ่ คนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีอายุพอสมควร

3.Cosplay Otaku
คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบการแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนหรือเซ็นไทกับหนังต่างๆ แน่นอน บุคคลกลุ่มนี้ จัดเป็นกลุ่มที่หน้าตา และ รูปร่าง ค่อนข้างดี และหน้าฉาบปูน โดยพวกเค้าจะชอบแต่งคอสมาตามงานต่างๆ โดยไม่อายใคร ด้วยใจรักน่ะ

4.Gamer Otaku
คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ เล่นมันทุกแนว เล่นมันแทบทุกประเภท คุณจะพบกลุ่มคนเหล่านี้ได้ง่าย ตามงานแข่งเกมต่างๆ เพราะกลุ่มคนพวกนี้มักจะชอบมาประลองฝีมือกันตามงาน พวกนี้ หาได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกวัยรุ่น

5.Original Otaku
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าออริจินอล หมายถึง กลุ่มคนที่ชื่นชอบกระทำตามหัวข้อทั้ง4 ข้างต้น ที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว ซึ่งถ้าคุณต้องการจะอยู่ในกลุ่มนี้ คุณต้องมีเงินทุนที่มากพอสมควรเลยล่ะ เพราะคุณจะชื่นชอบ มันทุกอย่างเลย ใน 4 ข้อ ที่ผมได้กล่าวไว้

Phase 1 การแต่งกายสไตล์ Otaku หรือดูยังไงว่าใครคือ Otaku

เราจะขอไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยละกันนะ

1.ทรงผม
ส่วนใหญ่ Otaku จะนิยมไว้ผมสั้น (ทรงอะไรก็ได้ ให้มันสั้นเป็นใช้ได้)เพราะพวกเค้าต้องเดินทางบ่อย (ไปงานต่างๆ) จึงไม่นิยมที่จะไว้ผมยาว แบบ โลโซ

2.ใบหน้า
ส่วนใหญ่ Otaku มักจะนิยมใส่แว่น หรือไม่ก็ ไว้หนวด ไว้เครานิดๆ ตามสไตล์ ของ Otaku แต่ละคน

3.เสื้อผ้า
ส่วนใหญ่ Otaku จะนิยมใส่เสื้อคอกลม แขนสั้น หรือ ไม่ก็ เสื้อเชิ้ต แขนสั้น เพราะจะได้ไม่ร้อนมาก (แนะนำว่าไม่ควรจะใส่เสื้อหลายชั้น เพราะท่านอาจจะเป็นลมได้ ถ้าไปเดินในงานที่คนเยอะๆ) ส่วนกางเกงนั้น เหล่า Otaku มักจะนิยม ใส่ยีนกันซะเป็นส่วนใหญ่ (เพราะคงไม่มีใครใส่กางเกงสแล้กไปงานการ์ตูนต่างๆหรอกนะ)

4.รองเท้า
ส่วนใหญ่ Otaku มักจะนิยมใส่รองเท้าแตะ หรือเต็มที่ก็แค่รองเท้าผ้าใบเท่านั้น ไม่เน้นหรู เพราะจะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกและรวดเร็วทันใจ

5 เครื่องประดับ เพื่อเสริมความเป็น Otaku
ส่วนใหญ่ เหล่า Otaku มักจะสะพายเป้ หรือไม่ก็พกกล้องถ่ายรูปติดตัวไว้ตลอดเวลา

6.รูปร่างของ Otaku
ส่วนใหญ่ Otaku จะนิยมไว้พุง มันเป็นแฟชั่นไปแล้ว (ข้อนี่ใครอยากจะทำตามก็ได้ ไม่ว่ากัน)

จากเว็บwww.modxtoy.com

คำว่าโอตากุนั้นคืออะไรกันแน่... หาคำตอบได้ในนี้ครับ...!!

***ข้อความต่อจากนี้เป็นข้อความเห็นจากที่ต่างๆของผู้คนที่คิดเกี่ยวกับเรื่องของ โอตาคุ แต่จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมาที่ได้พบปะกับ โอตาคุในไทยนั้น ช่างมีหลายแบบเสียเหลือเกิน จนผมเองมีความคิดว่า Otaku ในแต่ล่ะที่ แต่ล่ะประเทศไม่เหมือนกันเท่าไรนัก อยู่ที่ สังคม วัฒนธรรม ต่างๆที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดความคิดที่ว่า....

O T A K U นั้นมีชั้น หลายระดับ

O T A K U นั้นมีทั้งด้านมืด และ ด้านสว่าง (ยังกะ Starwars)

O T A K U นั้นคือ แฟนพันธุ์แท้ดีๆนี่เอง


ลองอ่านอยู่เพื่อความรู้น่ะครับ บางข้อความอาจแรงไปบ้างแต่ก็พอรับได้ จริงๆที่เขียนและนำบทความเหล่านี้มาลงเพราะว่ามีบทความนึงใน โพสทุเดย์ ได้ลงข้อความเรื่อง โอตาคุ อย่างผิดๆลงไปมากมายจนตอนนี้ ข้อความนี้ได้ถูดลบออกไปจาก โพสทูเดย์ แล้วครับ ท่านอ่านแล้วคงจะเข้าใจว่า O T A K U ไม่ใช่เรื่อง เลวทรามเลย...!!

-ว่าด้วยเรื่องของโอตากุ-

คำว่า โอตาคุ เป็นคำนาม คำๆ นี้แต่เดิมมันแปลว่า บ้าน ครับ ทีนี้เราลองมองดูใครสักคน ไม่ยอมสุงสิงกับใคร ปฏิเสธการออกไปข้างนอกถ้าไม่จำเป็น เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่กับบ้าน นั่นล่ะครับคือความหมายในวงการของโอตากุล่ะ มันแปลว่า พวกคลั่งไคล้อะไรสักอย่างแบบสุดๆ จนอยู่กับบ้านเพื่อสิ่งนั้นไงครับ คนเล่นเกมรุ่นเก่าๆ เคยได้ยินคำว่า พวกเฝ้าบ้าน ที่หมายถึงคนที่ไม่ยอมทำอะไรอย่างอื่นนอกจากเอาแต่นั่งอยู่กับที่แล้วรอสวนกลับไหมคร
ับ นั่นล่ะความหมายเดียวกันเลย ในกรณีนี้ผมจะยกตัวอย่างคำว่า Lolicon (Lolicom) เดิมมาจากคำว่า Lolita Complex เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ผู้เป็นมักจะเจาะจง "ชอบสาวรุ่นลูกเท่านั้น" เดิมคำนี้เป็นศัพท์บัญญัติโดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ มีต้นกำเนิดมาจากนิยาย Lolita ที่โด่งดังและมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของชายวัยกลางคนกับเด็กสาวที่เป็นลูกของเพื่
อน ถามว่ามันกลายมาเป็นคำว่า Lolicon (Lolicom) ได้ยังไง คืออย่างนี้ครับ คนญี่ปุ่นมักใช้การเปลี่ยนแปลงศัพท์ของต่างประเทศให้มาเป็นของตนเอง เหมือนคำว่า Personal Computer ที่กลายมาเป็นคำว่า Persocom (ปาโซคอม) ใน Chobits ไงครับ คำนี้เลยกลายเป็นว่า พวกชอบเด็กสาวน่ารักๆ ตัวเล็กๆ อายุไม่เกิน 11 ขวบครับ พูดให้ถูกก็คือ มันเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น คนกลุ่มอื่นมาได้ยินอาจเกาหัวแกรกๆ แล้วก็ไม่สนใจอะไรก็เป็นได้

...กลับมาเรื่องของ Otaku คำๆ นี้ก็ประสบกับชะตากรรมเช่นเดียวกัน คือ กลายเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มไป ในกรณีทั่วๆ ไป มันจะหมายความว่า พวกบ้าการ์ตูน ครับ ในประเทศไทยนั้นคำๆ นี้มีความหมายเท่านี้จริงๆ โอตากุนั้นที่จริงมันหมายถึง ผู้คลั่งไคล้อะไรสักอย่างแบบสุดๆ เท่านั้นล่ะครับ เช่น คุณคลั่งหมากรุกญี่ปุ่น คลั่งดารา บ้างาน คลั่งเกม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณหมดความสนใจในชีวิตแล้วเอาแต่เก็บตัวอยู่กับบ้าน สิ่งเหล่านี้เรืยกว่า โอตากุ ทั้งนั้นครับ...

...แต่สำหรับวงการในญี่ปุ่นมันมีอะไรมากกว่านี้ครับ เรื่องจากนี้ไปอาจฟังดูรุนแรงสักหน่อยนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องพูดเพื่อสาระของเนื้อหา ที่จริงมันแปลได้ง่ายๆ เลยว่า "อ้ายคลั่ง" ครับ เราต้องไม่ลืมว่า โอตากุ ที่มีอาการหนักมากๆ นั้นเกิดจากอะไรนะครับ คำตอบคือ การ์ตูนสาวน้อยที่มีความน่ารักเป็นจุดขาย หรือเกมจีบสาวที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่นแบบเสมือนจริง เราต้องไม่ลืมว่า วรรณกรรม (คือมันก็เครือๆ กันล่ะ) นั้นเป็นภาพสะท้อนของสังคม สังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นเป็นสังคมที่มีแต่ งาน งาน งาน ขาดการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม (นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นถึงปล่อยให้จำหน่ายสื่อลามกได้อย่างถูกกฎหมาบ ขอแค่เซนเซอร์ "เจ้านั่น" ทิ้งไปเท่านั้น - ก็เพื่อเป็นตัวปลดปล่อยแรงขับทางเพศของสังคมญี่ปุ่น ) ดังนั้นผู้คนบางคนจึงอาจจะเก็บกดและต้องการหาทางออก บางคนก็ไม่ได้หล่ออะไร จึงขาดความมั่นใจในการคุยกับเพศตรงข้าม หรือไม่ก็ไม่มีจุดเด่นสักอย่าง จึงสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นที่ปลดปล่อยได้ เคยสังเกตไหมครับว่าตัวเอกเกมจำพวกนี้หรือแม้แต่การ์ตูนดังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับห
อพักและเด็กซิ่ว มักเป็นเด็กหนุ่ม 17-20 ที่ไม่มีจุดเด่นอะไรสักอย่างเหมือนกัน หัวไม่ดี สอบไม่ติด บลาๆ ถามว่าเป็นไปเพื่ออะไรนอกจากกลุมเป้าหมายที่ทางผู้เขียนหรือผู้ผลิตต้องการจะเจาะแล้
ว....ก็เพื่อให้สวมบทบาทลงไปง่ายๆ ไงครับ...


ถ้าพระเอกเด่นหมดมันก็ไม่มีทางเป็นเราไปได้น่ะซี...สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัญหาอะไรมาเล่นมันก็ไม่มีอะไร เล่นเสร็จแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น แต่ถ้าคนที่มาเล่นนั้นเป็นคนที่ไม่อะไรในชีวิตเลยสักอย่างล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ว่าแฟนก็ไม่มี ก็อาจไม่หล่อ ไม่อ้วนตุ๊ต๊ะก็ไม่มีจุดเด่นให้พอเป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามเลย มีดีก็แต่การเรียนไม่ก็เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรืออาจไม่มีเลย....สุดท้ายสิ่งที่เขาต้องพึ่ง คือ จินตนาการ เขาสามารถเป็นหนึ่งได้ในโลกแห่งนี้ มีแฟนน่ารักได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการมันเป็นจริงได้ ณ ที่แห่งนี้ แล้วเขาจะสนโลกแห่งความจริงไปไย ดังนั้นสิ่งที่เรามีก็คือที่แห่งนี้เท่านั้น เขาจึงละทิ้งโลกภายนอก สภาพกาย และอุทิศตัวแด่โลกแห่งความฝันที่อยู่ตรงหน้านั้นแทน... หรือบางทีอาจข้ามขั้นเอาสิ่งที่ว่ามาปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

โอตากุในขั้นที่ไม่หนักมากก็ไม่เท่าไร พวกนี้ที่จริงยังไม่ถือว่าเป็นโอตากุ ขั้นต่อมาก็คือพวกที่เริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัว คบหาแต่พวกเดียวกัน ดูแต่การ์ตูน ตรงนี้ไม่เสียหายอะไรครับ แต่ขั้นต่อมาอีกก็คือพวกที่ไม่รู้อะไรอีกต่อไป อยู่ในความจริงเสมือนอย่างที่ผมได้กล่าวไว้ ตรงนี้อย่าคิดว่าล้อเล่น มีจริงๆ นะครับ จำได้ไหมครับเรื่องของโอตากุคนที่จับเอาเด็กผู้หญิงน่ารักมาแต่งเป็น ซากุระจังจาก CCS และก็ทรมานจนตายน่ะ หรือไม่ก็กรณีดัง -นายท่าน- ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ ตรงนั้นเขาไม่รู้สึกผิดอะไรหรอกครับเพราะนั่นเป็นความปราถนาและความเชื่อ เป็นศรัทธาของเขา สำหรับตัวผมเองผมเคยเห็นคนที่ใช้ชีวิตกับตุ๊กตายางมาแล้วนะครับ ผมไม่อาจเอ่ยคำใดๆ ได้นอกจาก "สงสาร" คนที่มีอาการขั้นนี้ พูดได้อย่างเต็มที่ว่าพวกนี้เป็นไปโดยสิ้นเชิงแล้ว และก็เป็นเพราะคนพวกนี้แหละที่ทำให้คำว่าโอตากุมันมีความหมายไปในทางเลวลง โอตากุดีๆ ก็ยังมีอยู่เยอะนะครับ สำหรับในประเทศไทยผมยังไม่เคยเห็นโอตากุที่มีอาการ "ขั้นนั้น" ครับ แต่ในอนาคตน่ะไม่แน่เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เห็นตัวอย่างมาแล้วในเรื่องของเกมออนไลน์
ใช่ครับ มันไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด แต่มันได้แสดงให้เห็นว่า ในตอนนี้บางส่วนนั้น สถาบันครอบครัวและความเชื่อได้อ่อนแอลงไปเพียงไร

พูดง่ายๆ คือ การ์ตูนเป็น "สิ่งยึดเหนี่ยว" ของพวกเขาไงครับ ด้วยศร้ทธาที่มุ่งมั่นประจวบกับความคิดของตัวเอง ทำให้เขาไม่รู้สึกผิดอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปทั้งนั้น

อุตสาหกรรมการ์ตูนนั้นปัจจุบันเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากนอกจา
กการลงทุนบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ บวกกับการตลาดและการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ดีแล้ว อย่างอื่นก็ไม่จำเป็นเท่าไร บวกกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้ทางผู้ผลิตสามารถสร้างการ์ตูนสาวน้อยออกมาเจาะกลุ่มกันได้อย่างต่อเนื่
อง ตรงนี้มองดูก็ไม่มีอะไรหรอก แต่นั่นอาจหมายถึงการที่จะทำให้มีกลุ่มคนขั้น "คลั่งไคล้อย่างรุนแรง" เพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และมันก็ดูท่าจะเป็นจริงด้วยสิ สังเกตจากงานการ์ตูนที่มีถี่ขึ้นๆ ที่ญี่ปุ่นและจำนวนคนที่เข้าไปร่วมในแต่ละปี ผมเองก็ไปเหมือนกันแต่นานๆ ครั้ง และก็คอยสังเกตกลุ่มคนพวกนี้ทุกปี คุณหลงรักการ์ตูน แต่แน่นอนว่า มันคือนามธรรม แล้วคนเราเมื่อมีความอยากมากๆ ก็ต้องการการปลดปล่อย ถามว่า จะปลดปล่อยที่ไหน เมื่อมีอุปสงค์ มันก็ต้องมีอุปทาน สังเกตสินค้าที่เกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ออกมาวางขายอย่างไม่มีวันจบว
ันสิ้นไหมครับ นั่นเป็นเพราะว่าลูกค้าที่ชื่นชอบยังคงต้องการในสิ่งที่ว่าอยู่และต้องการการปลดปล่อ
ย เราก็ออกสินค้ามาเพื่อบำบัดความต้องการไงครับ สังเกตได้ว่าการ์ตูนบางเรื่องจะยาวมากชนิดไม่มีจบ เพราะจบไม่ได้ จบไปแฟนๆ ก็จะคลั่ง ของก็จะออกไม่ได้ เป็นสาเหตุทำให้การ์ตูนบางเรื่องที่จบไปแล้วต้องเอามาเขียนใหม่เพราะการ์ดเล่นจากการ
์ตูนที่ว่ายังขายได้
ก็เพราะมันมีอุปสงค์ มันย่อมต้องมีอุปทาน แต่กับการ์ตูนสาวน้อยนั้นไม่อาจจะทำให้มันยืดยาวทะลุโลกอย่างนั้นได้ จะทำไงดี

...ก็ออกเรื่องใหม่ไง มีตัวละครเยอะๆ เอามันทุกแนว บางเรื่องมีเป็นสิบ ดึงดูดแฟนๆ ให้เยอะๆ ขายสินค้าให้ได้มากๆ ออกมาให้มันหลายๆ แนว แต่สุดท้ายเรื่องมันก็ต้องจบอยู่ดี ตรงนี้ไม่ได้จำกัดแค่การ์ตูนสาวน้อยนะครับ ตัวอย่างที่ดีก็คือการ์ตูนบางเรื่องที่ยังไงก็จบไม่ลงอยู่ในตอนนี้ เพราะแฟนๆ ไม่ยอมให้จบ แถมยังได้รับความผลโหวตคะแนนนิยมแบบท่วมท้นจากทุกนิตยาสารในญี่ปุ่นเลยด้วย
เอ้า ยืดต่อไม่ได้เสียแล้ว จบก็ได้ ของก็นานๆ ครั้งออกก็ได้ เอาเป็นแบบครบรอบก็ยังดี แต่สักวันมันก็ต้องหยุดออกอยู่ดี ไม่เป็นไร คิดเรื่องใหม่ออกมาแทนก็แล้วกัน แล้วพอฮิตก็วางแปลนสินค้าเอาใหม่

แต่เติมนิด เรื่องของธุรกิจ กับ ใจรัก นี่ต่างกันนะครับ เพียงแต่ว่า มันเป็นเส้นขนานกันไปเท่านั้น ถามว่าทำไม ตอบได้เลยว่า มันคือการสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไรเล่าครับ เพียงแค่ลงเม็ดเงินไปกับสิ่งที่เราทำตอนแรก ก็มีคนเอาไปโฆษณาให้ฟรีๆ ทันที ประโยชน์น่ะเสียแน่ แต่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับความกว้างขวางที่สื่อได้แพร่ออกไป

นี่ล่ะครับ คืออุตสาหกรรมการ์ตูน ทำรายได้แบบสุดมหาศาล การขายไอเดียแบบนี้ให้กำไรกระฉูดเลยนะครับถ้าประสบความสำเร็จ ตัวผมเอง ผมนิยมชมชอบการทำอะไรด้วยใจรักครับ การทำอะไรแบบนั้นมีความสุขมาก ผมขอสนับสนุนผู้ที่ทำงานเหล่านี้ด้วยใจรักครับ และขอให้สู้ต่อไป ผมขอเป็นกำลังใจให้ครับ

สำหรับผู้ที่ขาดความมั่นใจในชีวิต ผมกล้ายืนยันเลยนะครับว่า ความหล่อไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงครับ ความดีและความจริงใจต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ ผมยังทำได้เลย ดูสิ คุณก็ต้องทำได้สิครับ ถ้าท่านยังไม่พร้อมจะมีแฟนก็พยายามหาสิ่งยึดเหนื่ยวอย่างอื่นครับ ไม่ว่า